ทำไมถึงเพลียระหว่างวันแม้จะหลับเต็มอิ่ม?

คำถามยอดฮิตของคนวัยทำงาน คนส่วนใหญ่มักจะยึดหลักการที่ว่า การนอนหลับพักผ่อนวันละ 7-8 ชั่วโมงนั้น ถือเป็นระยะเวลาที่พอเหมาะ

เพราะน่าจะช่วยพักฟื้นดูแลร่างกายให้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับวันใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่ก็ยังมีอีกหลายคน ที่มักบ่นในใจว่า อุตส่าห์นอนให้เพียงพอ

แต่ทำไมเวลาทำงานในระหว่างวัน ร่างกายกับเหนื่อยล้า และโหยหาการพักผ่อน?

ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความรู้สึกแบบนั้น #LaVerda จะช่วยคุณไขปัญหาที่ค้างคาใจให้ค่ะ

ก่อนอื่นอยากให้คุณลองตั้งคำถามกับตัวเองดูก่อนว่า…

 

การนอนหลับของคุณมีคุณภาพพอไหม?ถึงแม้หลายคนจะพยายามนอนให้ได้7-8 ชั่วโมง แต่เมื่อตื่นมากลับไม่สดใส หรือในช่วงทำงานดันไม่กระปรี้กระเปร่าอย่างที่ควรจะเป็น นั่นอาจจะเป็นเพราะคุณอาจจะหลับไม่สนิทอย่างแท้จริง รวมถึงอาจจะมีปัญหาแฝงอยู่ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ(Sleep Apnea)โดยภาวะนี้จะทำให้การหายใจช้าหรือหยุดหายใจในบางช่วงในขณะนอนหลับอยู่ ซึ่งส่งผลต่อระดับออกซิเจนในเลือดให้ต่ำลงในช่วงเวลาที่คุณนอนอยู่ด้วย

💖แนวทางในการดูแลตนเองถ้าไม่มั่นใจแนะนำให้ลองไปหาคุณหมอปรึกษาเรื่องการทำ Sleep Test ดู เพราะถ้าหากคุณกำลังมีปัญหาหยุดหายใจขณะหลับ ก็อาจจะส่งผลร้ายในหลายด้านต่อสุขภาพร่างกายได้ค่ะ ซึ่งหากเช็คแล้วมีอาการดังกล่าว คุณหมออาจจะแนะนำให้ใช้เครื่อง Continuous Positive Air Pressure (CPAP)มาเป็นตัวช่วยในการหายใจระหว่างที่คุณนอนหลับ

 

มีภาวะเครียดและวิตกกังวลอยู่หรือไม่?บอกได้เลยว่าภาวะจิตใจที่ดำดิ่งลงในความเครียดและความกลัดกลุ้มใจนั้น สามารถส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและใจได้มากมายเลยทีเดียว หลายคนอาจจะเครียดไม่รู้ตัว เพราะมีความเครียดแฝงอยู่ลึกๆ ในใจ ทำให้นอนฝันร้ายหรือกระสับกระส่ายตลอดทั้งคืนก็เป็นได้ นอกจากนี้ภาวะเครียดจากการทำงาน ในปัจจุบันได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ WHO ออกมาให้ข้อมูลอยู่บ่อยๆ คือ เรื่องของภาวะ Burn-out หรือเรียกง่ายๆ ก็คือ ภาวะหมดไฟในการทำงานนั่นเอง โดยภาวะนี้จะทำให้คุณเหนื่อยล้าและสร้างความเครียดในใจการทำงานก็ไม่เคยสนุกอย่างที่เคยเป็นมา ไปที่ทำงานเจอเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงาน ความรู้สึกมีแต่อ่อนล้าและเหนื่อยใจ ดังนั้นจะนอนมากขนาดไหนก็ยากที่จะแก้ไขให้ดีขึ้นได้

💖แนวทางในการดูแลตนเอง ถ้ารู้สึกว่าภาวะนี้กัดกินหัวใจอยู่ แนะนำให้ลองคุยกับเพื่อนหรือคนที่คุณไว้ใจดู เพื่อคลี่คลายอารมณ์ หรือหากไม่สะดวกใจ ลองพึ่งพานักจิตวิทยา รวมถึงอาจจะลองใช้การทำพฤติกรรมบำบัด อย่างเช่น Art therapy การเขียนหรือวาดรูปบำบัดอารมณ์ ก็น่าสนใจและมีประโยชน์ไม่น้อยเช่นกันและที่สำคัญ คุณสามารถช่วยบำรุงร่างกายตัวเองโดยการเสริมอาหารอย่าง Omega 3 หรือวิตามินบีคอมเพล็กซ์ ซึ่งมีสารสื่อประสาทและทำให้สมองผ่อนคลายมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

 

อาหารและเครื่องดื่มก็มีผลนะ!เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าทานคาเฟอีนมากไปอาจจะทำให้นอนไม่หลับได้ แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าการทานคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป สามารถทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคาร์โบไฮเดรตประเภทที่ผ่านการขัดสีแล้ว อย่าง ข้าวขาว ขนมปังขาว เพราะอาหารเหล่านี้จะทำระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และพอน้ำตาลในเลือดลดระดับลงก็ส่งผลทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลียมากขึ้นแม้จะนอนเต็มอิ่มแล้วก็ตาม นอกจากนี้ใครที่ชอบสังสรรค์และดื่มแอลกอฮอล์ก็ได้รับหางเลขด้วยเช่นเดียวกัน เพราะแอลกอฮอล์จะไปทำลายวงจรการนอนหลับอย่างเป็นธรรมชาติให้ชะงักลง ทำให้หลับไม่เต็มอิ่ม คุณภาพในการนอนหลับพักผ่อนก็พลอยแย่ตามไปด้วย

💖แนวทางในการดูแลตนเองหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ส่งผลต่อคุณภาพการนอน เช่น แอลกอฮอล์ และไม่ควรดื่มชากาแฟในช่วงก่อนเข้านอน นอกจากนี้หากสามารถลด หรือจำกัดการทานคาร์โบไฮเดรตให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ก็ถือเป็นอีกทางที่ช่วยได้เพราะจะทำให้คุณมีเรี่ยวแรงมากขึ้น ไม่อ่อนเพลียง่าย แถมสุขภาพร่างกายยังดีขึ้นอีกด้วยค่ะ

 

Reference:

https://www.helpguide.org/articles/stress/burnout-prevention-and-recovery.htm

https://lifehacker.com/why-am-i-so-tired-all-the-time-even-when-i-get-enough-s-513134992

https://www.nhlbi.nih.gov/health-topics/sleep-apnea

https://www.healthline.com/nutrition/10-reasons-you-are-tired#2.-Living-a-Sedentary-Lifestyle

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *